“บัตรไทย” ราคา 2,000 บาท: วิกฤตสวมสัญชาติที่เชียงใหม่กำลังฉุดประเทศสู่เป้าหมายของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ
ลองนึกภาพว่าเพื่อนบ้านของคุณมีชื่อในทะเบียนบ้านเดียวกัน แต่ไม่เคยเห็นหน้าเขาสักครั้งเดียว นึกภาพว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ควรจะปกป้องคุณ กลับเป็นคนที่เปิดประตูให้นักต้มตุ๋นข้ามชาติเดินเข้ามาถือบัตรประชาชนไทยได้อย่างสะดวกสบาย นี่ไม่ใช่บทภาพยนตร์แอคชั่น แต่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงในจังหวัดเชียงใหม่ ณ วันนี้ ปลัดอำเภอกับขบวนการที่ซ่อนอยู่ในความยากจน คดีล่าสุดที่จุดชนวนให้ทุกอย่างระเบิดออกมาเริ่มต้นจากอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบตัวผู้โดยสาร พบชายสัญชาติจีนชื่อ หมิงเฉิน ซัน ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือที่เรียกกันว่า “บัตรสีชมพู” พร้อมของกลางที่ไม่ธรรมดา ทั้งอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด การสืบสวนขยายวงออกไปจนพบว่าชายคนนี้เชื่อมโยงกับขบวนการสวมสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเชียงใหม่ และเส้นทางที่เขาใช้เข้ามาในระบบทะเบียนราษฎรของไทยนั้นผ่านมือของอดีตปลัดอำเภอเชียงดาว ผู้ซึ่งใช้ความรู้ในระบบราชการและความเข้าใจในพื้นที่ยากจนห่างไกลมาเปิดบริการ “จัดหาสัญชาติ” อย่างผิดกฎหมาย วิธีการไม่ซับซ้อนเลย เพียงแค่จ่ายเงิน 2,000 บาทให้เจ้าบ้านในพื้นที่ยากจนรับย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน ท่ามกลางพื้นที่ที่ตรวจสอบได้ยาก คนในหมู่บ้านที่ชีวิตผูกกับรายได้รายวัน บางคนถูกหลอก บางคนรู้แต่ตาโตเมื่อเห็นเงินก้อนที่ดูใหญ่โต แต่แท้จริงแล้วมันคือต้นทุนที่ถูกที่สุดสำหรับการได้ “ใบเบิกทาง” เข้าสู่ประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย ทำไมเชียงใหม่ถึงเป็นเป้าหมาย เชียงใหม่ไม่ได้ถูกเลือกโดยบังเอิญ เมืองนี้มีทั้งโครงสร้างพื้นฐานครบครัน ระบบธนาคาร สนามบินนานาชาติ และเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกันในพื้นที่รอบนอก โดยเฉพาะอำเภอชายแดนทั้ง 5 แห่ง ยังคงมีกลุ่มชาติพันธุ์และกลุ่มคนที่เกิดในประเทศไทยแต่ยังรอขั้นตอนพิสูจน์สัญชาติอีกจำนวนมาก ช่องว่างระหว่างคนที่ “มีสิทธิ์แต่ยังไม่ได้รับ” กับคนที่ “ไม่มีสิทธิ์แต่อยากได้” กลายเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงมากสำหรับขบวนการทุนสีเทาและแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ สัญชาติไทยไม่ใช่แค่เอกสาร แต่มันคือกุญแจที่ปลดล็อกประตูทุกบาน ตั้งแต่การเปิดบัญชีธนาคาร … Read more