อาร์เซน่อลทุ่ม 1,600 ล้านบาท ปิดดีลปีกกรีซจากเบลเยียม แผนลับอาร์เตต้าที่ไม่มีใครคาดคิด

ตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ยังคงร้อนแรงไม่หยุด และล่าสุดสโมสร อาร์เซน่อล แชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการบรรลุข้อตกลงมูลค่าราว 40 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 1,600 ล้านบาท เพื่อคว้าตัว คริสตอส โซลิส ปีกทีมชาติกรีซวัย 24 ปีจาก คลับ บรูช มาร่วมทัพ ท่ามกลางคำถามที่หลายคนสงสัยว่า เหตุใดสโมสรระดับหัวแถวของยุโรปถึงเลือกลงทุนกับนักเตะที่เคยล้มเหลวในพรีเมียร์ลีกมาก่อน การย้ายทีมครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบไร้ที่มาที่ไป แต่เป็นผลจากการวางแผนอย่างรอบคอบของทีมสตาฟฟ์อาร์เซน่อล หลังจากที่พวกเขาเพิ่งปล่อยตัว เลอันโดร ทรอสซาร์ นักเตะรุกสารพัดประโยชน์ไปให้กับ เบซิคตัส ด้วยค่าตัวราว 20 ล้านยูโรในสัปดาห์เดียวกัน ทำให้แนวรุกของทีมมีช่องว่างที่ต้องเติมเต็มโดยด่วน และ โซลิส คือคำตอบที่อาร์เตต้าเลือก จากปีกที่ไม่ประสบความสำเร็จ สู่ดาวยิงแห่งเบลเยียม ลีก หากย้อนกลับไปดูเส้นทางอาชีพของ คริสตอส โซลิส เขาไม่ใช่นักเตะหน้าใหม่ในวงการฟุตบอลอังกฤษ เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยค้าแข้งอยู่กับ นอริช ซิตี้ สโมสรในระดับแชมเปียนชิพเป็นเวลานานถึง 3 ฤดูกาล แต่ตลอดช่วงเวลานั้นเขากลับไม่สามารถแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัว ผลงานที่ทำได้ไม่โดดเด่นพอจะการันตีตำแหน่งตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ จนทำให้หลายฝ่ายมองว่าเขาอาจไม่เหมาะกับการเล่นในระดับที่สูงขึ้น แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาตัดสินใจย้ายออกจากอังกฤษไปสู่เบลเยียม ลีก กับสโมสร คลับ … Read more

“ผ่านมันไปให้ได้” — อาร์เตต้าพูดหลังอาร์เซน่อลสลายฝันแชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยน้ำตาและหัวใจที่ยังเต้น

  มันคือความเจ็บปวดที่ไม่มีใครมาลบออกได้ง่ายๆ อาร์เซน่อล ทีมที่ห่างหายจากรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกมานานถึง 22 ปี ต้องโบกมือลาความฝันอีกครั้ง หลังพ่ายแพ้ เปแอสเช ในการดวลจุดโทษ เมื่อผลเกมเสมอกัน 1-1 ทั้งในเวลาปกติและช่วงต่อเวลาพิเศษ และนั่นทำให้ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือผู้นำทัพปืนใหญ่ ออกมายืนหน้าสื่อด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยล้า แต่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจที่ยากจะซ่อนเร้น คำพูดของเขาในคืนนั้นไม่ใช่แค่คำขอโทษหรือข้อแก้ตัวจากผู้แพ้ แต่มันคือบทเรียนชีวิตจากชายคนหนึ่งที่เข้าใจดีว่า ความยิ่งใหญ่ไม่ได้มาจากการไม่เคยล้ม แต่มาจากการลุกขึ้นยืนทุกครั้งที่ถูกน็อก 22 ปีแห่งการรอคอย และคืนที่หัวใจแตกสลาย ตัวเลข 22 ปีไม่ใช่แค่สถิติที่น่าเจ็บปวด มันคือประวัติศาสตร์ที่กดทับอาร์เซน่อลมาตลอดยุคสมัยใหม่ของฟุตบอลยุโรป ครั้งสุดท้ายที่ปืนใหญ่แดงก้าวเข้าไปในรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกคือปี 2549 และแพ้ให้กับบาร์เซโลนาไปอย่างเจ็บปวด ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา อาร์เซน่อลเปลี่ยนผ่านผู้จัดการทีมหลายคน สร้างทีมใหม่หลายชุด แต่ไม่มีครั้งไหนที่พวกเขาสามารถเข้าถึงเวทีสูงสุดของยุโรปได้อีกเลย จนกระทั่งฤดูกาลนี้ที่อาร์เตต้าพาทีมฟื้นคืนชีพจากทีมที่หมดอนาคต กลายมาเป็นหนึ่งในทีมที่น่ากลัวที่สุดในทวีปยุโรป “เราไม่ได้เข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกมา 22 ปีแล้ว ลองนึกภาพดูว่านี่เป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ของเราที่เราทำได้” อาร์เตต้าพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย แต่ยังเต็มไปด้วยความมั่นคง ประโยคนั้นบอกทุกอย่างได้โดยไม่ต้องอธิบายเพิ่ม เส้นทางที่อาร์เซน่อลเดินมาตลอดฤดูกาลนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มันเต็มไปด้วยการบาดเจ็บ ความกดดัน และสถานการณ์ที่ทีมอื่นอาจพังทลายไปนานแล้ว แต่ปืนใหญ่ยังยืนหยัดอยู่ได้ เปแอสเช: ศัตรูที่สมควรได้รับความเคารพ ในโลกของฟุตบอล การแพ้คู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่าและยอมรับมันได้อย่างมีวุฒิภาวะ … Read more